ม่านตา (Iris) ของมนุษย์นั้นจะมีสีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเม็ดสี (Melamin Pigment) ที่มีอยู่ โดยสีจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติของคนๆ นั้นเช่น น้ำตาล เทา ดำ ฟ้า หรือเขียว นอกจากนี้ม่านตาจะสามารถหดและขยายเพื่อปรับปริมาณแสงที่ผ่านเข้าทางรูม่านตา (Pupil) ให้เหมาะสมได้ดังนี้

  • ขณะอยู่ในที่มีแสงสว่างจ้าเช่น ตอนกลางวัน ม่านตาจะหดแคบ รูม่านตาก็จะเล็กลงทำให้ปริมาณแสงที่ผ่านเข้าสู่ดวงตาลดน้อยลง
  • ขณะอยู่ในที่มืดหรือแสงสว่างน้อยเช่น ตอนกลางคืน ม่านตาจะขยายใหญ่ทำให้ปริมาณแสงที่ผ่านเข้าสู่ดวงตาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ปีแสง (Light-year) เป็นหน่วยของระยะทางที่กำหนดขึ้นมาใช้ในทางดาราศาสตร์ ซึ่งถูกใช้เพื่อวัดระยะทางระหว่างดาราจักรและไม่ใช่หน่วยวัดของเวลา โดย 1 ปีแสงหมายถึง ระยะทางที่แสงสามารถเดินทางได้ภายในเวลา 1 ปีซึ่งหนึ่งปีแสงมีค่าที่แน่นอนโดยใช้ตัวเลขปีจูเลียนเท่ากับ 365.25 วันมาคำนวณซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และในเวลา 1 วินาทีแสงสามารถเดินทางได้ 299,792.458 กิโลเมตร ดังนั้น 1 ปีแสงจึงมีระยะทางประมาณ 9,460,730,472,580.8 กิโลเมตร

แสงคือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic wave) ประเภทหนึ่ง ซึ่งอยู่ในช่วงความยาวคลื่นที่สายตามนุษย์มองเห็น หรือบางครั้งอาจรวมถึงการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่รังสีอินฟราเรด (Infrared) ถึงรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ด้วย

ความถี่ของคลื่นแสงที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับความเร็วในการสั่นสะเทือน ถ้าหากคลื่นแสงยิ่งมีความสั่นสะเทือนมากก็จะยิ่งมีความถี่มากแต่ความยาวคลื่นก็จะยิ่งน้อย โดยแสงที่เรามองเห็นได้นั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ในระดับที่ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้ ซึ่งปกติแล้วแสงจะเคลื่อนที่ในสุญญากาศด้วยความเร็ว 299,792,458 เมตรต่อวินาที

จำแนกวัตถุตามการส่องผ่านของแสงได้ดังนี้

  • วัตถุโปร่งใส คือวัตถุที่ยอมให้แสงส่องทะลุผ่านได้โดยง่าย
  • วัตถุโปร่งแสง คือวัตถุที่ยอมให้แสงผ่านไปได้เพียงบางส่วน
  • วัตถุทึบแสง คือวัตถุที่ไม่ยอมให้แสงผ่านไปได้เลย
สมบัติพื้นฐานของแสงได้แก่
  • ความเข้ม (ความสว่างหรือแอมพลิจูด) ซึ่งปรากฏแก่สายตามนุษย์ในรูปความสว่างของแสง
  • ความถี่ (หรือความยาวคลื่น) ซึ่งปรากฏแก่สายตามนุษย์ในรูปสีของแสง
  • โพลาไรเซชัน (มุมการสั่นของคลื่น) ซึ่งโดยปกติมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้